เพชรเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่หลงใหลในเครื่องประดับเพชรและต้องการหาเงินจากอัญมณีชนิดนี้ไปพร้อมๆ กัน หลายคนเลือกที่จะเก็งกำไรจากคุณภาพของเพชร ยิ่งเพชรมีคุณภาพสูง ก็ยิ่งราคาแพง ยิ่งทำกำไรได้ดี แต่บางคนก็เลือกที่จะเก็งกำไรเครื่องประดับเพชรจากแบรนด์เพชรชั้นนำแทน วันนี้เราจะมาแนะนำแบรนด์เครื่องประดับเพชรชั้นนำสำหรับสายแฟที่ต้องการลงทุนในเพชรด้วยเช่นกันครับ
5 แบรนด์เพชรชั้นนำที่สายลงทุนควรรู้
1. Graff
กราฟฟ์ เป็นแบรนด์จิวเวลรี่หรูระดับท็อปจากลอนดอน สหราชอาณาจักร ก่อตั้งในปี 1960 โดย Laurence Graff นักอัญมณีชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงด้านการคัดสรรเพชรคุณภาพสูง นอกจากความโดดเด่นในเรื่องของงานเครื่องประดับที่ประณีต มีดีไซน์ที่หรูหราแล้ว กราฟฟ์ยังเป็นแบรนด์ที่คัดเลือกเฉพาะเพชรที่มีมาตรฐาน D-Flawless (ไร้ตำหนิ) หรือใกล้เคียงเท่านั้น บวกกับทางแบรนด์เป็นเจ้าของโรงเจียระไนเพชรเอง จึงสามารถควบคุมคุณภาพการเจียระไนให้มีประกายเปล่งปลั่งได้เต็มประสิทธิภาพ และที่สำคัญฐานลูกค้าของแบรนด์จะมีตั้งแต่บุคคลที่มีชื่อเสียงจากวงการต่างๆ, นักลงทุนเพชรแบบ Rare Investment รวมถึงราชวงศ์ชั้นสูง จึงทำให้เครื่องประดับจากแบรนด์นี้มีมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับเพชรที่ขึ้นชื่อจากแบรนด์นี้จะมีทั้ง Lesedi La Rona ซึ่งเป็นเพชรดิบขนาดใหญ่ที่สุดที่ขุดพบในรอบ 100 ปี มีคุณสมบัติเป็นเพชรประเภท Type IIa (เพชรบริสุทธิ์ที่สุด) และ The Graff Pink เป็นเพชรสีชมพูหายากที่ถูกจัดอันดับว่าเป็น Fancy Vivid Pink Diamond (เพชรสีชมพูธรรมชาติที่มีสีชมพูเข้มข้นบริสุทธิ์) ส่วนคอลเลกชันขึ้นชื่อจะเป็น Butterfly Collection ที่ใช้รูปทรงปีกผีเสื้อที่มีความสมมาตรเพื่อสื่อถึงความอ่อนโยน ประดับด้วยอัญมณีล้ำค่า, Tribal Collection ที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะชนเผ่าและธรรมชาติ มาพร้อมดีไซน์ทรงเรขาคณิตและลวดลายที่แสดงถึงความแข็งแกร่งและสง่างาม และ Threads Collection ที่สื่อถึงความเชื่อมโยงของคนและช่วงเวลาต่างๆ ผ่านการร้อยเรียงเพชรเป็นเส้นสาย
2. Harry Winston
แฮรี่ วินสตัน เป็นแบรนด์จิวเวลรี่หรูจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ก่อตั้งในปี 1932 โดย Harry Winston นักอัญมณีและนักธุรกิจชาวอเมริกันผู้มีฉายาว่า “King of Diamonds” ที่สามารถคัดเลือกและเจียระไนเพชรได้อย่างสมบูรณ์แบบ จุดเด่นของแบรนด์นี้จะอยู่ที่การคัดเลือกเพชรคุณภาพสูงที่มีสีและความบริสุทธิ์ที่ดีที่สุด มีการเจียระไนที่ใช้เทคนิคการจัดเรียงเพชรที่ซับซ้อนเพื่อเพิ่มประกายสูงสุด ภายใต้ดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่คลาสสิก
สำหรับคอลเลกชันขึ้นชื่อของแฮรี่ วินสตัน จะมีทั้งคอลเลกชันไอคอนิกอย่าง Winston Cluster ที่ใช้เทคนิคการจัดเรียงเพชรแบบ Cluster Setting ให้ประกายสูงสุด ช่วยให้เพชรเรียงตัวอย่างเป็นธรรมชาติ คล้ายกลีบดอกไม้หรือเกล็ดหิมะ, Lily Cluster ที่มีดีไซน์โค้งมนและเป็นธรรมชาติเหมือนดอกลิลลี่, Harry Winston Emerald Collection ที่เน้นเพชรทรงเหลี่ยมมรกต (Emerald Cut Diamond) ได้แรงบันดาลใจจากโลโก้ของแบรนด์ และ H.W. Logo Collection ที่ผสมผสานโลโก้ H.W. ลงไปในดีไซน์ ทำให้คอลเลกชันที่ได้จะมีความทันสมัยแต่ยังคงความลักชัวรี่เอาไว้ เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ชอบความเรียบหรูแต่ไม่ตกเทรนด์ สวมใส่ได้ในทุกๆ วัน
3. Van Cleef & Arpels
แวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์ เป็นแบรนด์จิวเวลรี่หรูระดับท็อปจากลอนดอน สหราชอาณาจักร ก่อตั้งในปี 1906 โดย Alfred Van Cleef ช่างอัญมณีชาวฝรั่งเศส และ Salomon Arpels พ่อค้าอัญมณีและนักธุรกิจ พ่อตาของ Alfred แบรนด์นี้มีจุดเด่นในเรื่องของเทคนิค Mystery Set ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ โชค และเทพนิยาย โดยการฝังอัญมณีไม่ให้เห็นตัวเรือนโลหะ ทำให้อัญมณีดูเหมือนลอยอยู่บนตัวเรือน ซึ่งจะต้องใช้ช่างที่มีประสบการณ์สูงในการเจียระไนและจัดเรียงอัญมณีแต่ละเม็ดให้พอดีกับร่องพิเศษของตัวเรือน ช่วยให้งานที่ได้มีความเปล่งประกายและมีสีต่อเนื่องกัน ด้วยเทคนิคที่สูงและลูกเล่นที่แพรวพราว จึงทำให้แวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์ กลายเป็นแบรนด์ชั้นนำที่เป็นที่ต้องการของตลาดจิวเวลรี่มาอย่างยาวนาน เหมาะสำหรับการลงทุนเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับคอลเลกชันขึ้นหิ้งของแวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์ จะมีทั้ง Frivole, Two Butterfly, Lucky Animals ที่เน้นการผสมผสานระหว่างดอกไม้ ใบไม้ ผีเสื้อ และความหรูหราเข้าด้วยกัน, คอลเลกชัน Alhambra ที่มีดีไซน์ชูโรงเป็นใบโคลเวอร์ 4 แฉก ประดับด้วยอัญมณีที่เกี่ยวข้องกับโชคลาภ เช่น มาลาไคต์ (Malachite) และคาร์เนเลียน (Carnelian) หรือคอลเลกชัน Le Secret ที่มีกลไลเปิด-ปิดหรือพลิกกลับด้านได้สำหรับซ่อนข้อความหรือเปลี่ยนลวดลาย
4. Cartier

คาร์เทียร์ เป็นแบรนด์จิวเวลรี่ชั้นนำจากกรุงปารีส ฝรั่งเศส ก่อตั้งในปี 1847 โดย Louis-François Cartier นักช่างอัญมณีชาวฝรั่งเศส จุดเด่นของคาร์เทียร์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้นั่นก็คือดีไซน์ที่ผสมผสานระหว่างความหรูหราและความคลาสสิกได้อย่างลงตัว ใช้วัสดุคุณภาพสูงในการผลิต ทั้งเพชร ทองคำ แพลตินัม และอัญมณีระดับพรีเมียม สามารถสวมใส่ออกงานสำคัญหรือใส่ในชีวิตประจำวันก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้การดีไซน์เครื่องประดับแต่ละชิ้นยังสอดแทรกความหมายที่น่าสนใจ เข้าใจง่าย และเข้าถึงคนได้ทุกช่วงวัย ส่งผลให้คาร์เทียร์ไม่ได้เป็นแค่เครื่องประดับ แต่ยังสะท้อนถึงความสำเร็จและรสนิยมของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี ด้วยความที่ฐานลูกค้าของคาร์เทียร์ส่วนใหญ่จะมีตั้งแต่ศิลปินระดับโลกอย่าง Taylor Swift, Adele, Rihanna มีนักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง, มหาเศรษฐีและนักลงทุนแฟชั่นลักชัวรี รวมถึงราชวงศ์และชนชั้นสูง จึงทำให้มูลค่าของคาร์เทียร์สูงขึ้นไปเรื่อยๆ
สำหรับเครื่องประดับของคาร์เทียร์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดจะเป็นคอลเลกชัน Love ที่มีกำไลข้อมือทรงกลมแบบปิดสนิท มีกิมมิกตรงที่ไม่สามารถถอดออกได้เอง ต้องใช้ไขควงพิเศษของคาร์เทียร์เท่านั้นถึงจะถอดได้ เปรียบเหมือนความผูกพันของคู่รักที่ไม่อาจแยกออกจากกัน , Trinity เป็นแหวนซ้อนกัน 3 วงที่สื่อถึงมิตรภาพ ความภักดี และความรักของคู่รัก และ Panthère ที่มีจุดเด่นในเรื่องของการใช้เสือดาวเป็นส่วนประกอบหลัก เพื่อสื่อถึงความกล้าหาญ ความสง่างาม และความลึกลับ ที่ยังคงความหรูหราได้อย่างลงตัว
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม: ทำไม Cartier Trinity Ring ถึงกลายเป็น 1 ในไอคอนหลักของคาร์เทียร์
5. Tiffany & Co.
ทิฟฟานี่แอนด์โค เป็นแบรนด์จิวเวลรี่หรูระดับท็อปจากลอนดอน สหราชอาณาจักร ก่อตั้งในปี 1837 โดย Charles Lewis Tiffany นักธุรกิจและนักอัญมณีชาวอเมริกัน หนึ่งในผู้ที่ได้รับฉายาว่า “King of Diamonds” และหุ้นส่วน John B. Young นักอัญมณีชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงในด้านการคัดสรรเพชรคุณภาพสูง ทิฟฟานี่แอนด์โคมีจุดเด่นในเรื่องของการและการเจียระไนเพชรที่มีคุณภาพสูงสุด โดยเฉพาะ Tiffany Setting แหวนหมั้นที่ถูกออกแบบมาสำหรับเสริมความเปล่งประกายของเพชรให้โดดเด่นมากที่สุด โดยตั้งเพชร 6 ขา ช่วยให้แสงส่องผ่านได้อย่างเต็มที่, มีการใช้สีฟ้าที่ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเฉพาะตัว รวมถึงเป็นแบรนด์ยอดนิยมสำหรับชนชั้นสูงมาอย่าวยาวนาน จึงทำให้มูลค่าของแบรนด์สูงขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา
สำหรับคอลเลกชันไอคอนิกของทิฟฟานี่แอนด์โคจะมีทั้ง Return to Tiffany ที่ติดแท็ก Tiffany ที่ดูดูหรูหราและเรียบง่ายในเวลาเดียวกัน, Tiffany T ที่สื่อถึงความทันสมัยและยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างดีเยี่ยม และ Tiffany HardWear มีดีไซน์ที่ดูดิบ ดูแข็งแรง เหมาะสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม: Tiffany & Co. แบรนด์เครื่องประดับรุ่นเก๋าที่ไม่เคยเก่าเลย
สุดท้ายนี้หากคุณต้องการลงทุนในเครื่องประดับเพชรจริงๆ เราขอแนะนำให้คุณศึกษาข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับเพชรด้วย ไม่ว่าจะเป็นหลัก 4Cs, ราคากลาง, ประเภทของการลงทุน รวมถึงแหล่งรับซื้อเพชร เพื่อประกอบการตัดสินใจ ทั้งนี้ก็เพื่อที่คุณจะได้กำไรจากการลงทุนได้ตามความต้องการของคุณมากที่สุดโดยที่ไม่ต้องมารู้สึกผิดหรือเสียดายในภายหลังครับ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม: JEWELRY SHOP – ศูนย์รับซื้อเพชร ทอง ของมีค่า บริการมาตรฐาน
บทความที่น่าสนใจ
- ลงทุนเพชร ดีไหม มือใหม่เริ่มต้นลงทุนอย่างไรดี
- เครื่องตรวจเพชร ราคาเท่าไหร่ ตรวจได้จริงไหม หรือใช้เครื่องที่ร้านดีกว่า
- ได้เพชรมา ตรวจเพชรได้ที่ไหนบ้าง มีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่
ซื้อขายเพชรที่ไหนดี ทำไมต้อง BKK DIAMOND

BKK Diamond เป็นศูนย์รับซื้อและขายเพชร รวมถึงเครื่องประดับที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีบริการรับจำนำหรือขายฝากเพชรสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เงินสดแต่ไม่อยากขายขาดทรัพย์สินของตน อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 1.25% ต่อเดือนเท่านั้น เราสามารถให้วงเงินสูงตามมูลค่าเพชรและอนุมัติได้อย่างรวดเร็ว สำหรับเพชรที่จำนำจะถูกเก็บรักษาในห้องนิรภัยกันไฟ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานสากลโดยไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ไม่มีค่าบริการตู้เซฟหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ แอบแฝง ที่สำคัญเรามีบริการรับซื้อถึงบ้านโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ พร้อมรับเงินสดได้ทันที เหมาะสำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกมาถึงหน้าร้านด้วยตัวเอง หากคุณสนใจใช้บริการหรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อ BKK Diamond ได้ที่
- เว็บไซต์: bkkdiamond.com
- Facebook: BKK Diamond
- Instagram: @bkkdiamondshop
- Line: @bkkdiamond (มี @ ข้างหน้า)
- โทรศัพท์: 064-243-2345



















