เพชรเป็นหนึ่งในอัญมณีที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงาม หรูหรา และความทนทานเป็นเลิศ ยากต่อการเกิดรอยขีดข่วน จึงทำให้คนรักอัญมณีหลายๆ คน หันมาซื้อเพชรเอาไว้เก็บสะสม หรือบางคนอาจถึงขั้นศึกษาข้อมูลและหันมาลงทุนในเพชรกันอย่างจริงจังเลยทีเดียว และหากคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดเช่นนั้นแต่ก็ยังเป็นมือใหม่ ไม่เคยลงทุนในเพชรมาก่อน อาจจะอยากรู้ว่าลงทุนเพชร ดีไหม เริ่มต้นลงทุนอย่างไรดี มาหาคำตอบไปด้วยกันในบทความนี้เลยครับ

การลงทุนเพชรคืออะไร?
เป็นการลงทุนในเพชรซึ่งเป็นอัญมณีที่มีมูลค่าสูงและมีมูลค่าเติบโตในระยะยาว ยิ่งถ้าคุณเลือกซื้อเพชรที่มีคุณภาพสูงและเป็นเพชรที่มาจากแหล่งที่หายากด้วยแล้ว ก็ยิ่งมีมูลค่าสูงกว่าเพชรที่หาซื้อได้ทั่วไป ในปัจจุบันมีการลงทุนในเพชรให้เลือกหลากหลายรูปแบบตามความถนัดและความสนใจของแต่ละบุคคล มีทั้งแบบซื้อเพชรที่เป็นสินทรัพย์จริงๆ โดยตัวเอง หรือลงทุนผ่านหุ้นของบริษัทเพชรหรือบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับเพชร เช่น บริษัทขุดหรือบริษัทผลิตเพชรคุณภาพสูง
ข้อดี ข้อเสียของการลงทุนเพชร
1. ข้อดี
- เพชรเป็นสินทรัพย์ที่รักษามูลค่าได้ดี ไม่ว่าจะผ่านการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจหรือเงินเฟ้อ
- เพชรไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดหุ้นหรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
- ราคาของเพชรจะเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ แม้จะมีราคาตกบ้าง แต่ยังคงกลับมาสูงขึ้นได้อยู่ดี
- ยิ่งเป็นเพชรที่มาจากแหล่งหรือมีลักษณะหายาก ก็ยิ่งมีมูลค่าในตลาดสูง
- สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน จึงเหมาะสำหรับเก็งกำไรและสวมใส่ไปพร้อมกัน
2. ข้อเสีย
- การประเมินมูลค่าเพชรจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ขนาด, สี, ความสะอาด, และการเจียระไน จำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบ
- ขาดสภาพคล่อง ต้องใช้เวลานานกว่าจะเจอผู้ซื้อที่ยอมรับราคาที่เราตั้งไว้ แตกต่างจากหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์
- หากไม่มีตู้นิรภัย จำเป็นต้องใช้บริการตู้นิรภัยจากธนาคารชั้นนำ ซึ่งเก็บค่าธรรมเนียมเป็นรายปี
- ราคาของเพชรอาจจะเติบโตไม่รวดเร็วเท่าที่ควร หากคุณเลือกเพชรคุณภาพไม่ดี สีไม่สวย อาจขายได้ยากกว่าเพชรน้ำดี หายาก
การลงทุนเพชรมีกี่แบบ อะไรบ้าง
1. ลงทุนในเพชรโดยตรง (Physical Diamond Investment)
เป็นการซื้อเพชรจริงถือครองไว้กับตัวเองหรือเก็บเข้าตู้นิรภัยของธนาคารชั้นนำ เพื่อรอให้มูลค่าของเพชรเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต หากคุณมีความรู้ในการเลือกซื้อเพชรประมาณหนึ่งหรือมีผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจได้มาช่วยดูให้ก็สามารถซื้อเก็บได้โดยไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด นอกจากจะเก็บรักษาได้แล้ว นักลงทุนยังสามารถนำมาสวมใส่ออกงานต่างๆ ได้อีกด้วย
2. ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเพชร (Stocks of Diamond Companies)
เป็นการลงทุนผ่านการซื้อหุ้นของบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเพชร เช่น บริษัทขุดเพชร หรือบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องประดับเพชร เช่น De Beers, Alrosa, หรือ Rio Tinto การลงทุนในหุ้นเหล่านี้ทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของเงินปันผลจากการเติบโตของธุรกิจเพชรโดยไม่ต้องถือเพชรจริง มีสภาพคล่องสูง ซื้อขายหุ้นง่าย ไม่ต้องรอนานเหมือนการถือเพชรไว้กับตัว สามารถกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนในหลายๆ บริษัทได้ดี เพียงแต่ราคาหุ้นอาจผันผวนตามสถานการณ์ของบริษัท ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตลาดเพชรเป็นหลัก หากบริษัทเหล่านั้นบริหารธุรกิจไม่ดีพอ อาจเสี่ยงต่อการขาดทุนได้เช่นกัน
3. ลงทุนในเพชรผ่านกองทุน (Diamond Investment Funds)
เป็นการลงทุนผ่านกองทุนที่ลงทุนในเพชรหรือสินทรัพย์ที่เกี่ยวกับเพชรโดยมีผู้ดูแลกองทุนเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการลงทุนและซื้อขายเพชรในตลาด กองทุนเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนเพชรแต่ไม่มีเวลาจัดการหรือลงมาซื้อขายด้วยตัวเอง จึงลดความยุ่งยากในการจัดการและกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่าการทำด้วยตัวเอง เพียงแต่อาจมีค่าธรรมเนียมในการบริหารกองทุนและผลลัพธ์การลงทุนอาจขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริหารกองทุน ดังนั้นคุณควรศึกษาข้อมูลและเช็กประสบการณ์ของผู้บริหารกองทุนให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนในกองทุนเพชร
4. ลงทุนในการซื้อขายเพชรออนไลน์ (Online Diamond Platforms)
เป็นการลงทุนเพชรผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยแพลตฟอร์มเหล่านี้จะให้คุณเลือกซื้อเพชรที่มีการประเมินมูลค่าไว้แล้วเพื่อเก็บไว้ขายในช่วงเวลาที่คุณตัดสินใจขายเก็งกำไร แม้ว่าจะซื้อขายง่ายผ่านมือสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว สามารถเลือกซื้อเพชรได้จากหลายๆ แหล่ง แต่จะมีค่าธรรมเนียมตามมา อีกทั้งต้องตรวจเช็กความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มด้วยนะครับ เพราะในปัจจุบันมีมิจฉาชีพสร้างแพลตฟอร์มปลอมขึ้นมาหลอกประชาชนเป็นจำนวนมาก หากเลือกไม่ดี อาจเสี่ยงต่อการถูกหลอกได้ง่าย
5. ลงทุนในเครื่องประดับเพชร (Diamond Jewelry Investment)
เป็นการซื้อเครื่องประดับที่มีเพชรประดับด้วย เช่น แหวน, สร้อยคอ, ต่างหู หรือกำไล โดยมูลค่าของเครื่องประดับเพชรจะเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ยิ่งถ้าเครื่องประดับมีเอกลักษณ์หรือมีจุดเด่นที่หาได้ยาก เช่น ลวดลายเฉพาะที่ผลิตด้วยเทคนิคพิเศษ เป็นเครื่องประดับที่อยู่มานานหลายร้อยปี หรือมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ ฯลฯ ก็อาจทำกำไรได้ในระยะยาวด้วยเช่นกัน เพียงแต่คุณจะต้องระมัดระวังในการเก็บรักษาให้ดี เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดรอยขีดข่วนหรือการโจรกรรมง่าย
6. ลงทุนในเพชรหายากหรือที่มีมูลค่าเฉพาะ (Rare and High-Value Diamonds)
เป็นการลงทุนในเพชรที่หายาก เช่น เพชรสีฟ้า, สีชมพู หรือเพชรขนาดใหญ่มาก ซึ่งเพชรเหล่านี้จะมีมูลค่าสูง แม้มูลค่าของเพชรหายากจะเพิ่มขึ้นในระยะยาวแต่อาจเสี่ยงต่อการสูญหายได้ง่ายหากไม่เก็บรักษาให้ดี หรืออาจมีราคาตกหากดูแลรักษาไม่ดีพอ อีกทั้งการลงทุนแบบนี้จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูง หากงบประมาณในการลงทุนไม่พอ แนะนำให้ลงทุนแบบอื่นหรือลงทุนในสินทรัพย์อื่นจะดีกว่าครับ
มือใหม่ลงทุนเพชรอย่างไรดี
1. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเพชร
ก่อนที่จะเริ่มลงทุนอะไรสักอย่าง คุณควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ ให้ดี เพชรก็เช่นกันครับ เพราะหากคุณไม่มีความรู้ในการลงทุนเลยแล้วไปลงทุนตามคนอื่น ก็อาจทำให้เสี่ยงต่อการขาดทุนได้ง่ายกว่าคนอื่น สำหรับข้อมูลที่คุณควรรู้จะเป็นเรื่องของปัจจัยที่มีผลต่อราคาเพชร, วิธีการประเมินคุณภาพของเพชรตามหลัก 4Cs (Cut, Color, Clarity, Carat), เพชรจากแหล่งหายาก, ราคาเพชรในปัจจุบัน, ทิศทางของตลาดเพชรในปัจจุบัน เป็นต้น เพราะอย่างน้อยที่สุดข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกเพชรที่เหมาะสำหรับการเก็งกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
2. เลือกเพชรที่มีคุณภาพ
การเลือกเพชรที่มีคุณภาพสูงจะต้องดูหลายปัจจัย โดยทั่วไปแล้วจะดูตามหลัก 4Cs ได้แก่ Cut (การเจียระไน) ,Color (สี), Clarity (ความสะอาด) และ Carat (กะรัต) ดังนี้
- Cut (การเจียระไน) เพราะการเจียระไนที่ดีจะช่วยให้เพชรดูสวยงาม มีความสมมาตร เล่นไฟได้ดี สำหรับการเจียระไนมีหลายรูปแบบ เช่น Round Brilliant Cut, Princess Cut, Emerald Cut และ Asscher Cut
- Color (สี) สำหรับเพชรที่ถูกกำหนดว่ามีความสวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาดจะต้องเป็นเพชรไร้สี โดยประเมินจาก D (เพชรไร้สี) ไปจนถึง Z (เพชรสีเหลือง/น้ำตาลเข้ม) ในกรณีที่คุณต้องการซื้อเพชรไปลงทุนก็ควรเลือกเพชรไร้สีที่ขายออกง่าน แต่หากต้องการประหยัดงบลงมาหน่อยก็จะเป็นเพชรสี G-H แทนครับ
- Clarity (ความสะอาด) เนื่องจากเพชรแท้เกิดจากกระบวนการสะสมแร่ธาตุตามธรรมชาติ จึงไม่มีทางที่เพชรจะไม่มีตำหนิภายใน ยิ่งเพชรมีตำหนิน้อย ราคาก็ยิ่งสูง สำหรับระดับความสะอาดของเพชรจะมีตั้งแต่ Flawless (FL) ไม่มีตำหนิทั้งภายในและภายนอก เป็นเพชรที่หายากมาก, Internally Flawless (IF) ไม่มีตำหนิภายใน แต่อาจมีรอยตำหนิภายนอก, VVS1-VVS2 มีตำหนิภายในที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า, VS1-VS2: มีตำหนิเล็กน้อย มองเห็นได้จากกล้องขยาย, SI1-SI2 มีตำหนิที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และ I1-I3 มีตำหนิชัดเจน อาจมีลักษณะภายนอกที่ไม่ค่อยสวยงาม
- Carat (น้ำหนัก) มีหน่วยวัดเป็น กะรัต (Carat) โดย 1 กะรัต จะเท่ากับ 0.2 กรัม ยิ่งเพชรมีน้ำหนักมาก ราคาก็ยิ่งสูง แต่ถึงอย่างไรก็ตามคุณควรคำนึงถึงปัจจัยอื่นร่วมด้วย เพราะเพชรขนาดใหญ่แต่ผ่านการเจียระไนไม่ดีพอ ก็อาจจะดูไม่สวยเท่าเพชรเม็ดเล็กแต่ผ่านการเจียระไนมาอย่างดี
รายละเอียดเพิ่มเติม:
@bkkdiamond ซื้อเพชรราคาตกเยอะจริงหรือ? คำตอบ : ราคาเพชรตกจริงหากคุณซื้อผิดราคา อันที่จริงราคาเพชรก็มีราคาขึ้นลงรายวันเหมือนทอง เพียงแต่การเข้าถึงข้อมูลในไทยยังไม่แพร่หลาย ทำให้บางคนซื้อเพชรในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดมาก เมื่อนำมาขายย่อมขาดทุนแม้เวลาจะผ่านมาหลายปีก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น เพชรขนาด 1 กะรัต D color VS1 3EX N ใบเซอร์ GIA ราคาเต็มใน Rapaport จะอยู่ที่ 320,000 บาท ซึ่งในวงการค้าเพชรจะเป็นที่ทราบกันดีว่าราคาซื้อขายจริงๆ จะมีส่วนลด 45-50% (ขึ้นลงตามค่าเงินดอลล่าและเศรษฐกิจ) เท่ากับราคาที่ซื้อขายจริงๆ ของสเปคนี้จะอยู่ที่ 160,000-176,000 บาท ดังนั้น ถ้าคุณซื้อด้วยราคาที่ถูกต้องและถือได้นานพอคุณอาจมีกำไรจากการขายเพชรก็เป็นได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสเปคคุณภาพของเพชร ซึ่ง BKK DIAMOND จะนำเสนอในคลิปต่อๆไป —————— 📣 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ☎️ : 064-243-2345 Page : https://bkkdiamond.com Line : @bkkdiamond (มี@) . #รับซื้อเพชร #รับซื้อทอง #รับซื้อแหวนเพชร #รับซื้อทองเก่า #รับซื้อทองเค #รับซื้อเศษทอง #รับซื้อกรอบพระ
สุดท้ายนี้หากคุณต้องการลงทุนในเพชรจริงๆ เราขอแนะนำให้คุณศึกษาข้อมูลอื่นๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นหลัก 4Cs, ราคากลาง, ประเภทของการลงทุน รวมถึงแหล่งรับซื้อเพชร เพื่อประกอบการตัดสินใจ ทั้งนี้ก็เพื่อที่คุณจะได้กำไรจากการลงทุนได้ตามความต้องการของคุณมากที่สุดโดยที่ไม่ต้องมารู้สึกผิดหรือเสียดายในภายหลังครับ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม: JEWELRY SHOP – ศูนย์รับซื้อเพชร ทอง ของมีค่า บริการมาตรฐาน
บทความที่น่าสนใจ
- การจํานําเพชรคืออะไร ได้เงินเยอะไหม มีข้อควรรู้อะไรบ้าง
- จํานําแหวนเพชรไม่มีใบเซอร์ ทำได้ไหม มีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง
- 8 ทริคต่อรองราคาจำนำเพชร ไม่ให้โดนโรงรับจำนำเพชรกดราคา
ซื้อขายเพชรที่ไหนดี ทำไมต้อง BKK DIAMOND

BKK Diamond เป็นศูนย์รับซื้อและขายเพชร รวมถึงเครื่องประดับที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีบริการรับจำนำหรือขายฝากเพชรสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เงินสดแต่ไม่อยากขายขาดทรัพย์สินของตน อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 1.25% ต่อเดือนเท่านั้น เราสามารถให้วงเงินสูงตามมูลค่าเพชรและอนุมัติได้อย่างรวดเร็ว สำหรับเพชรที่จำนำจะถูกเก็บรักษาในห้องนิรภัยกันไฟ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานสากลโดยไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ไม่มีค่าบริการตู้เซฟหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ แอบแฝง ที่สำคัญเรามีบริการรับซื้อถึงบ้านโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ พร้อมรับเงินสดได้ทันที เหมาะสำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกมาถึงหน้าร้านด้วยตัวเอง หากคุณสนใจใช้บริการหรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อ BKK Diamond ได้ที่
- เว็บไซต์: bkkdiamond.com
- Facebook: BKK Diamond
- Instagram: @bkkdiamondshop
- Line: @bkkdiamond (มี @ ข้างหน้า)
- โทรศัพท์: 064-243-2345







