นอกจากเพชรทรงกลมแล้ว หนึ่งในทรงเพชรที่ได้รับความนิยมนั่นก็คือเพชรสี่เหลี่ยม ที่นอกจากจะขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงามแล้ว ยังมีความสมมาตร ดูน่าค้นหา สามารถสวมใส่ออกงานต่างๆ ได้ดีไม่แพ้กัน ว่าแต่เพชรทรงนี้มีกี่แบบ มีคุณสมบัติที่แตกต่างจากเพชรทรงอื่นอย่างไร เดี๋ยววันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังครับ

เพชรสี่เหลี่ยมคืออะไร
เป็นเพชรที่ผ่านการเจียระไนให้มีลักษณะภายนอกเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม แตกต่างจากเพชรทรงกลมแบบดั้งเดิม (Round Brilliant) ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาดเครื่องประดับ เพชรสี่เหลี่ยมมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการเจียระไนที่แตกต่างกัน จึงนิยมใช้ในงานเครื่องประดับหลากหลายประเภท เช่น แหวนหมั้นและแหวนแต่งงาน, ต่างหูเพชร เช่น ต่างหูเพชรเม็ดเดี่ยวทรงสี่เหลี่ยม (Stud Earrings) ต่างหูห้อยที่ใช้เพชรสี่เหลี่ยมเรียงกัน (Drop Earrings), สร้อยคอเพชร เช่น สร้อยพร้อมจี้เพชรเม็ดเดียว (Pendant Necklace) หรือสร้อยที่มีเพชรสี่เหลี่ยมเรียงต่อกัน (Tennis Necklace) รวมถึงงานเครื่องประดับแฟชั่นอีกด้วย
ข้อดี ข้อเสียของเพชรสี่เหลี่ยม
- มีหลายแบบให้เลือกตามความชอบของแต่ละคน
- ราคาต่อกะรัตต่ำกว่าเพชรทรงกลม เนื่องจากการเจียระไนเพชรประเภทนี้จะเสียเนื้อเพชรน้อยกว่า
- ให้ความรู้สึกหรูหรา โมเดิร์น แปลกตากว่าเพชรกลม
- เนื่องจากเป็นเพชรที่มีมุมแหลม จึงอาจแตกหักง่ายหากป้องกันตัวเรือนไม่ดีพอ
- เพชรสี่เหลี่ยมบางแบบไม่สามารถให้ประกายไฟและแสงระยิบระยับได้ดีเท่าเพชรกลม
เพชรสี่เหลี่ยมมีกี่แบบ อะไรบ้าง
1. เพชรทรงเจ้าหญิง (Princess Cut)
เป็นเพชรรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส (บางครั้งอาจเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าสัดส่วนเล็กน้อย) มีมุมแหลมทั้ง 4 ด้าน มีการการเจียระไนประมาณ 50-58 เหลี่ยม เพื่อเพิ่มประกายไฟ (Fire) ให้สวยงามและระยิบระยับ (Brilliance) ใกล้เคียงกับเพชรกลม แต่เจียระไนแล้วสูญเสียเนื้อเพชรน้อยกว่าทรงกลม จึงทำให้เพชรรูปแบบนี้มีราคาที่ถูกกว่า เพียงแต่เพชรแบบนี้อาจมีมุมแหลมเปราะบาง จึงมีโอกาสบิ่นหรือแตกง่าย หากไม่ใช้ตัวเรือนที่ป้องกันมุมแหลมให้ดีพอ และเนื่องจากเนื้อเพชรถูกกระจายไปยังความลึก ทำให้หน้าเพชร (Table) ดูเล็กกว่าาเพชรกลมเมื่อเทียบกับกะรัตที่เท่ากัน อีกทั้งสีของเพชรเองก็เห็นได้ง่ายกว่าเพชรทรงกลม กรณีที่คุณอยากได้เพชรสีขาวใสก็ควรเลือกเกรดสี G-H ขึ้นไปครับ
2. เพชรทรงเอเมอรัลด์ (Emerald Cut)
เป็นเพชรทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ผ่านการเจียระไนแบบ Step Cut ที่มีการเจียระไนในชั้นๆ เพื่อให้มุมเหลี่ยมและมีขอบมุมที่ตรงทั้งสี่ด้าน ไม่โค้งมนเหมือนกับเพชรทรงอื่น จึงให้ความแวววาวเมื่อการสะท้อนแสงได้น้อยกว่าเพชรกลม แต่ให้ความรู้สึกที่ดูเรียบหรู สง่างามได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีความทนทานมากกว่าเพชรหลายๆ ทรง เนื่องจากมุมที่เจียระไนมาจะไม่แหลมมากเกินไป เพียงแต่เพชรทรงนี้จะเห็นตำหนิง่ายกว่าเพชรทรงอื่น จึงต้องหมั่นทำความสะอาดอยู่บ่อยๆ
3. เพชรทรงเรเดียน (Radiant Cut)
เป็นเพชรที่มีทั้งทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสและสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีมุมโค้งมนเล็กน้อย เนื่องจากการเจียระไนเพชรทรงนี้จะใช้เทคนิคการเจียระไนแบบ Modified Brilliant Cut ซึ่งเป็นการเจียระไนที่มีทั้งขั้นบันได (Step Cuts) และการเจียระไนแบบประกายแสง (Brilliant Cuts) จึงช่วยให้เพชรทรงนี้โดดเด่นในเรื่องของการประกายแสง อีกทั้งช่วยลดความเสี่ยงต่อการแตกหักง่ายเนื่องจากมีมุมที่โค้งมน ช่วยให้เพชรทนทานต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น
4. เพชรทรงคุชชัน (Cushion Cut)
เป็นเพชรทรงสี่เหลี่ยมและสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีมุมโค้งมน ดูละมุนกว่าเพชรทรงอื่น มีให้เลือกหลากหลายขนาด แต่จะเห็นความกว้างเด่นกว่าความสูง ส่วนการเจียระไนเพชรทรงนี้จะเน้นให้เพชรมีความลึกและสะท้อนแสงได้ดี ช่วยให้แสงสะท้อนแสงได้หลายทิศทาง เกิดประกายแสงที่อ่อนโยน ดูสบายตา
5. เพชรทรงแอชเชอร์ (Asscher Cut)
เป็นเพชรที่มีลักษณะคล้ายกับเพชรทรงเอเมอรัลด์ แต่มีการเจียระไนในรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มุมทั้ง 4 ให้เป็นมุมเหลี่ยมและขอบตรง ไม่โค้งมนเหมือนเพชรทรงอื่น ทำให้เพชรดูเรียบหรูและมีความเงางามที่สวยงาม เพชรทรงนี้จะสะท้อนแสงที่เรียบเนียนคล้ายกระจกออกมาทางด้านข้างของเพชร แม้จะไม่ได้แวววาวเท่ากับเพชรทรงกลม แต่เพชรทรงนี้จะสะท้อนแสงออกไปในรูปแบบที่เรียบเนียนและมีมิติ
เพชรสี่เหลี่ยม ต่างจากเพชรทรงอื่นอย่างไร
- รูปทรง เพชรสี่เหลี่ยมจะมีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยม มีความสมมาตรและมีมุมแหลมที่ชัดเจน (ยกเว้นเพชรทรง Emerald, Radiant, Asscher Cut) แตกต่างจากเพชรทรงอื่นที่มีมุมโค้งมน
- การสะท้อนแสง เพชรทรง Princess Cut หรือ Radiant Cut จะมีการสะท้อนแสงไม่สูงเท่าเพชรทรงกลม แต่มีการสะท้อนแสงที่ดีกว่าเพชรทรง Emerald Cut และ Asscher Cut ที่ให้แสงสะท้อนแบบ Step Cut ที่สะท้อนแสงคล้ายกระจก จึงไม่มีประกายแสงแบบเพชรทรงกลม
- ความทนทาน เพชรสี่เหลี่ยมมีมุมแหลมที่เปราะบาง จึงเสี่ยงต่อการแตกหักหรือบิ่นง่าย ต่างจากเพชรทรงกลมที่มีขอบมน จึงแข็งแรงทนทานกว่า
- ราคา เพชรทรงกลมมีราคาสูงกว่าเพชรสี่เหลี่ยม เนื่องจากการเจียระไนเพชรทรงกลมจะใช้เพชรมากกว่าและต้องใช้ความละเอียดที่สูงกว่า
เพชรสี่เหลี่ยม ราคาเท่าไหร่
สำหรับเรทราคาของเพชรสี่เหลี่ยมโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 – 70,000 บาท สำหรับเพชรขนาด 1 กะรัต ทั้งนี้ราคาอาจสูงขึ้นกว่านี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น หลัก 4Cs, เป็นเครื่องประดับแบรนด์, เป็นงานดีไซน์พิเศษที่ไม่มีวางจำหน่ายในท้องตลาด, มีใบเซอร์ และอื่นๆ อีกมาก
เลือกเพชรสี่เหลี่ยมอย่างไรให้เหมาะกับคุณ
หากต้องการเพชรที่มีประกายสวย ดูทันสมัย เราขอแนะนำเป็นทรง Princess Cut แต่หากต้องการความหรูหรา คลาสสิก เราขอแนะนำเป็นทรง Emerald Cut หรือ Asscher Cut หรือหากต้องการเพชรที่มีทั้งความแวววาว แต่ดูอ่อนโยนไปในตัว เราขอแนะนำเป็นทรง Radiant และ Cushion Cut ครับ
สุดท้ายนี้หากคุณต้องการซื้อเครื่องประดับเพชรจริงๆ เราขอแนะนำให้คุณศึกษาข้อมูลอื่นๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นหลัก 4Cs, ราคากลาง รวมถึงร้านเพชรชั้นนำ เพื่อประกอบการตัดสินใจด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อที่คุณจะได้เพชรเม็ดงามที่ตรงใจ ในราคาที่สมเหตุสมผลมากที่สุดสำหรับคุณครับ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม: JEWELRY SHOP – ศูนย์รับซื้อเพชร ทอง ของมีค่า บริการมาตรฐาน
บทความที่น่าสนใจ
- การจํานําเพชรคืออะไร ได้เงินเยอะไหม มีข้อควรรู้อะไรบ้าง
- จํานําแหวนเพชรไม่มีใบเซอร์ ทำได้ไหม มีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง
- 8 ทริคต่อรองราคาจำนำเพชร ไม่ให้โดนโรงรับจำนำเพชรกดราคา
ซื้อขายเพชรที่ไหนดี ทำไมต้อง BKK DIAMOND

BKK Diamond เป็นศูนย์รับซื้อและขายเพชร รวมถึงเครื่องประดับที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีบริการรับจำนำหรือขายฝากเพชรสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เงินสดแต่ไม่อยากขายขาดทรัพย์สินของตน อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 1.25% ต่อเดือนเท่านั้น เราสามารถให้วงเงินสูงตามมูลค่าเพชรและอนุมัติได้อย่างรวดเร็ว สำหรับเพชรที่จำนำจะถูกเก็บรักษาในห้องนิรภัยกันไฟ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานสากลโดยไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ไม่มีค่าบริการตู้เซฟหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ แอบแฝง ที่สำคัญเรามีบริการรับซื้อถึงบ้านโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ พร้อมรับเงินสดได้ทันที เหมาะสำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกมาถึงหน้าร้านด้วยตัวเอง หากคุณสนใจใช้บริการหรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อ BKK Diamond ได้ที่
- เว็บไซต์: bkkdiamond.com
- Facebook: BKK Diamond
- Instagram: @bkkdiamondshop
- Line: @bkkdiamond (มี @ ข้างหน้า)
- โทรศัพท์: 064-243-2345







